จันทรุปราคาหรือราหูอมจันทร์คืออะไร (จันทรคราส กบกินเดือน)

ปรากฏการณ์จันทรุปราคา ภาษาอังกฤษ lunar eclipse จันทรุปราคาหรือราหูอมจันทร์ บ้างก็เรียก จันทรคราส กบกินเดือน

จันทรุปราคาหรือราหูอมจันทร์คืออะไร (จันทรคราส กบกินเดือน)

จันทรุปราคา ภาษาอังกฤษ lunar eclipse

จันทรุปราคา หรือที่คนไทยเรียกติดปากกันว่า ราหูอมจันทร์ (บ้างก็เรียก จันทรคราส , กบกินเดือน) เป็นปรากฏการณ์อุปราคาชนิดหนึ่ง (หมายถึงปรากฏการณ์ที่มีดาวเคราะห์หรือวัตถุ โคจรมาบดบังต้นกำเนิดของแสง หรือที่มาของแสง) ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ เคลื่อนตัวผ่านเงาหลังของโลก เมื่อเงาของโลกนั้นบดบังต้นกำเนิดของแสงอย่างดวงอาทิตย์ จะทำให้เกิดเป็นเงาบนดวงจันทร์เสมือนหนึ่งดวงจันทร์ถูกบดบังไปนั่นเอง

สำหรับจันทรุปราคานั้นเกิดขึ้นในตอนกลางคืนเท่านั้น และสามารถรับชมได้จากทุกพื้นที่ทั่วโลก ต่างจากสุริยุปราราคา ที่มีแนวคราสผ่านเพียงไม่กี่พื้นที่ของโลกเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วการเกิดขึ้นของจันทรุปราคานั้นยังกินเวลานานนับชั่วโมงต่อการเกิดขึ้น 1 ครั้ง ต่างจากสุริยุปราคา ที่เห็นเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น เราสามารถรับชมการเกิดจันทรุปราคาได้ด้วยตาเปล่าเลย ไม่ต้องใส่เครื่องช่วยพรางแสงเหมือนกับการรับชมสุริยุปราคาครับ

สำหรับการเกิดของจันทรุปราคาแบบเต็มดวงนั้น จะมีลักษณะไม่มืดหมดทั้งดวงแบบที่เกิดขึ้นกับสุริยุปราคา เพราะว่าแสงจากดวงอาทิตย์ นั้นจะทำการหักเหเมื่อกระทบกับชั้นบรรยากาศของโลก ดังนั้นแสงดังกล่าวจะทำให้เกิดเป็นสีบนดวงจันทร์ เมื่อเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงหลายระดับดังนี้

ระดับการเกิด จันทรุปราคา

– ระดับ 0 เป็นระดับที่มีการบดบังดวงจันทร์ อย่างสิ้นเชิง ทำให้มืดเกือบ 100% และมองดวงจันทร์ไม่เห็น
– ระดับ 1 เป็นระดับที่มองเห็นดวงจันทร์เป็นสีเทาหรือน้ำตาล สามารถมองเห็นพื้นผิวดวงจันทร์ได้แบบเลือนราง และจะมองไม่เห็นรายละเอียดของพื้นผิว
– ระดับ 2 เป็นระดับที่ด้านในของเงามืดบนดวงจันทร์ จะมีสีแดงเข้ม ในขณะที่ด้านนอกของเงามืดจะมีลักษณะเป็นสีเหลืองเข้ม และส่องสว่าง
– ระดับ 3 เป็นระดับที่ดวงจันทร์ จะมีสีแดงคล้ายกับสีอิฐ ส่วนขอบเขามืดจะมีลักษณะเป็นสีเหลืองส่องสว่าง
– ระดับ 4 ดวงจันทร์ จะมีลักษณะสีแดง หรือส้ม แต่ขอบเงาของดวงจันทร์ จะเป็นสีเหลวงนวล สว่างอย่างมาก

สำหรับปัจจัยในการเกิดจันทรุปราคานั้น จะขึ้นอยู่กับว่า ดวงจันทร์จะต้องอยู่บนจุดตัดของระนาบ ของแนวโคจรระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ ซึ่งดวงจันทร์จะต้องอยู่ใกล้จุดตัดดังกล่าวนั้นมากพอสมควร จึงจะส่งผลทำให้เกิดปรากกฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง หรือจันทรุปราคาบางส่วนได้

ในทุกปีนี้ ปรากฏการณ์จันทรุปราคา จะเกิดขึ้นราว 2 ครั้ง และสามารถทำนายการเกิดครั้งต่อไปของปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ หากมีการเก็บสถิติการเกิดขึ้นของจันทรุปราคาที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยการคำนวณหรือทำนายนั้นจะใช้หลักเกณสำคัญอย่างซารอส หรือวงรอบของการเกิดคราส ซึ่งเป็นกระบวนการทางเรขาคณิตรูปแบบหนึ่ง ที่จะต้องมีการคำนวณโดยนักดาราศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน สามารถกำหนดและคำนวณเวลาที่จะเกิดจัทรุปราคาได้อย่างแม่นยำ จากคอมพิวเตอร์